เข้าสู่ระบบ
เข้าสู่ระบบ
Back

วิธีเทรดคริปโตเคอเรนซี่กับ OctaFX

ปัจจุบันนี้ คริปโตเคอเรนซี่เป็นตราสารที่ผันผวนมากที่สุดและกล่าวถึงกันมากที่สุดในตลาด

ในบทความนี้ เราจะค้นหาว่าคริปโตเคอเรนซี่คืออะไร ที่มาและลักษณะเป็นอย่างไร รวมถึงวิธีเทรดคริปโต

แม้ Bitcoin จะเป็นคริปโตเคอเรนซี่แรกของโลก แต่ก็ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นเพียงสกุลเงินเดียวตั้งแต่แรก แนวคิดหลักและแนวคิดเบื้องต้นก็คือเพื่อสร้างเครือข่ายแบบ Peer-to-Peer ที่ไม่มีศูนย์กลางซึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เรียกว่า ‘double-spending (การจ่ายเงินซ้อนโดยผิดพลาด)’ - ความสามารถที่จะส่งเงินจำนวนเดียวไปให้บุคคลสองคน จึงเกิดการฉ้อโกง นอกจากมาตรการด้านความปลอดภัยดังกล่าวแล้ว เครือข่ายดังกล่าวยังมีฟีเจอร์สการปิดบังชื่อ ความรวดเร็ว และสเกลระดับโลก

เครือข่ายกระจายศูนย์ทำงานอย่างไร

ในเครือข่ายกระจายศูนย์ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน ผู้มีส่วนร่วมทุกคนในระบบดังกล่าวจะสามารถเป็นได้ทั้งผู้ส่ง ผู้รับ หรือผู้ตรวจสอบ การตรวจสอบธุรกรรมแต่ละรายการคือลักษณะหลักของเครือข่าย ก่อนธุรกรรมจะทำขึ้นได้จริง จะต้องมีการตรวจสอบเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินซ้อน มีผู้ตรวจสอบจำนวนมาก และจนกว่าผู้ตรวจสอบแต่ละคนจะอนุมัติธุรกรรม ธุรกรรมจะยังคงรอการดำเนินการ หากผู้ตรวจสอบเพียงรายเดียวไม่สามารถอนุมัติได้ ธุรกรรมจะถูกยกเลิก จึงต้องอาศัยฉันทามติในการทำธุรกรรมที่ปลอดภัย นอกจากนี้ ยังมีกระบวนการตรวจสอบที่เรียกว่า ‘mining (การวิเคราะห์)’ ผู้วิเคราะห์เหล่านี้จะได้รับชำระเงินเป็นคริปโตเคอเรนซี่ ซึ่งสามารถใช้ซื้อสิ่งต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตได้ภายหลังหรือซื้อ Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะ) โดยขึ้นกับประเภทคริปโตเคอเรนซี่

ที่ OctaFX เรานำเสนอคริปโตสี่สกุลที่เคลื่อนไหวมากที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา ได้แก่ Bitcoin, Litecoin, Ripple และ Ethereum มาดูฟีเจอร์สของคริปโตเหล่านี้โดยละเอียดกันเถอะ:

Bitcoin - ทองคำดิจิทัล

Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลสกุลแรกที่สร้างขึ้นในปี 2009 ความแตกต่างที่สำคัญจากสกุลเงินดั้งเดิม (EUR, USD, JPY ฯลฯ) ก็คือธุรกรรมจะกระจายจากศูนย์กลาง ปลอดภัยสูง และเป็นส่วนตัวโดยสมบูรณ์ สกุลเงินดิจิทัลจะใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสเพื่อควบคุมดูแลการสร้างหน่วยสกุลเงินและตรวจสอบการโอนเงิน ทั้งนี้ ไม่มีธนาคารหรือรัฐบาลใดที่สามารถแทรกแซงค่าเงินหรือธุรกรรมที่ใช้ค่าเงินทำขึ้นได้

ดังนั้น สิ่งใดที่จะมีผลต่อ Bitcoin ล่ะ ส่วนใหญ่ก็คือสังคม - การที่สกุลเงินเป็นที่ยอมรับอย่างแพร่หลายมากขึ้น การที่คนเข้าซื้อในจำนวนมากอย่างกระทันหัน ความสามารถในการใช้งานกับระบบการชำระเงินปกติ เช่น Paypal - ทั้งหมดนี้สามารถส่งผลให้ราคา Bitcoin เพิ่มขึ้นได้

Bitcoin chart

Litecoin - เงินคริปโต

Litecoin ออกเป็นครั้งแรกในปี 2011 และค่อนข้างเหมือนกับ Bitcoin หาก Bitcoin ได้รับการกำหนดว่าเป็น ‘ทองคำ’ ของคริปโตเคอเรนซี่ทุกวันนี้ Litecoin ก็จะเป็น ‘เงิน’

Litecoin มอบการทำธุรกรรมที่ปลอดภัยและรวดเร็วภายในบล็อกเชน พร้อมความสามารถในการซื้อสินค้าบนอินเทอร์เน็ต ความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Bitcoin (และประโยชน์หลักของ Litecoin) ก็คือความสามารถในการดำเนินการในปริมาณสูงขึ้นมากในธุรกรรมเดียว ขณะที่ Bitcoin มีได้สูงสุด 21 ล้านเหรียญ แต่ Litecoin มีปริมาณที่มากกว่าถึงสี่เท่า ซึ่งจะอยู่ที่ 84 ล้าน

Litecoin chart

Ripple - โอนได้ทั้งหมด

Ripple ไม่เพียงแต่เป็นชื่อของคริปโตเคอเรนซี่อีกชื่อ แต่ยังเป็นชื่อระบบที่สามารถประมวลผลธุรกรรมหลากหลายประเภทอีกด้วย Ripple มีเป้าหมายเช่นเดียวกับ Bitcoin ซึ่งก็คือเพื่อให้ผู้ใช้ทั่วโลกสามารถเข้าถึงธุรกรรมที่ปลอดภัยและรวดเร็วได้ อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างของ Ripple จากคริปโตเคอเรนซี่อื่นๆ ก็คือ Ripple อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินสกุลอื่นๆ ได้เช่นกัน ไม่เพียงแต่ Ripple เท่านั้น โดยรวมถึงคริปโตเคอเรนซี่และสกุลเงินดั้งเดิม เช่น USD, EUR ฯลฯ

Ripple chart

Ethereum - ลงทุนในอนาคต

Etherium เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่เกิดขึ้นในปี 2015 ซึ่งทั้งเหมือนและแตกต่างจาก Bitcoin ในขณะเดียวกัน ความเหมือนได้แก่การเป็นสกุลเงินดิจิทัล การใช้บล็อกเชนในการทำธุรกรรม และมีค่าใช้จ่ายหนึ่งล็อตในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม หลักๆ แล้ว Etherium มีความแตกต่างอย่างมาก เพราะไม่ใช่เหรียญคริปโตสำหรับซื้อสินค้าทั่วไปทางอินเทอร์เน็ต แต่เป็นระบบที่รองรับเทคโนโลยี Smart Contract (สัญญาอัจฉริยะ) เพื่อการลงทุน ICO ของบริษัทใหม่

Ethereum chart

ปัจจุบันนี้ มีการพูดถึงคริปโตเคอเรนซี่มากมาย บางคนคาดว่าคริปโตจะพุ่งขึ้นแรงและร่วงลงแรง ขณะที่คนอื่นๆ เชื่อมี่นว่าคริปโตเป็นสกุลเงินแห่งอนาคต เราขอแนะนำให้คุณติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่อย่างใกล้ชิด เพื่อให้คุณไม่ตกข่าวว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น อย่างน้อยในขณะนี้ คริปโตเคอเรนซี่ก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี

เริ่มแชททางออนไลน์